LegalPost

คู่มือผู้มีสิทธิและขั้นตอนการขอเงินทดแทนค่าจ้างค้างจ่ายวงเงินย่อย

อ้างอิงกรณีปรึกษา 10 กรณี · อัปเดต · แปลจากต้นฉบับภาษาเกาหลี

เงินทดแทนค่าจ้างค้างจ่ายวงเงินย่อยเป็นระบบที่ลูกจ้างซึ่งพ้นจากงานและได้รับคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลเกี่ยวกับค่าจ้างที่ยังไม่ได้รับ สามารถขอรับเงินได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยไม่ขึ้นอยู่กับว่านายจ้างล้มละลายหรือไม่ ต้องตรวจสอบขอบเขตการจ่ายเงิน คุณสมบัติของนายจ้าง และเอกสารที่จำเป็น เช่น คำพิพากษา แล้วจึงยื่นคำขอตามลำดับต่อสำนักงานแรงงานที่มีเขตอำนาจและสำนักงานสวัสดิการแรงงานและการจ้างงาน

โครงสร้างในภาพเดียว

ผู้เกี่ยวข้อง → ลูกจ้างที่พ้นจากงาน → นายจ้าง → สำนักงานแรงงานและสำนักงานสวัสดิการแรงงาน → ลูกจ้างพ้นจากงาน และมีค่าจ้างค้างจ่าย → พ้นจากงานและมีค่าจ้างค้างจ่ายหรือไม่? → ใช่ → ไม่ใช่ → มีคำพิพากษาถึงที่สุด หรือเอกสารที่มีผลเช่นเดียวกันหรือไม่? → นายจ้างอยู่ใต้บังคับกฎหมายประกันเงินทดแทนกรณีอุบัติเหตุจากการทำงาน และทำกิจการมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือนหรือไม่? → ใช่ ตามกฎหมายประกันเงินทดแทนกรณีอุบัติเหตุจากการทำงาน → เข้าเกณฑ์ตามกรณีตัวอย่าง ยื่นขอเงินทดแทนได้ → ยังไม่เข้าเงื่อนไขตามกรณีตัวอย่าง ตรวจสอบหรือดำเนินการเพิ่มเติม → ตรวจขอบเขตเงินที่จ่าย → ค่าจ้างและเงินชดเชยกรณีหยุดงาน 3 เดือนสุดท้าย เงินบำเหน็จเมื่อออกจากงาน 3 ปีสุดท้าย → เตรียมเอกสารและยื่นตามลำดับ → ขอหนังสือรับรองจากสำนักงานแรงงานที่มีเขตอำนาจ ดำเนินคดีแพ่งให้ได้คำพิพากษาหรือเอกสารเทียบเท่า แล้วยื่นต่อสำนักงานสวัสดิการแรงงานและการจ้างงาน → ตรวจการหักเงิน → เงินที่ได้รับบางส่วนอาจนำไปชำระสิทธิเรียกร้องที่ถึงกำหนดก่อน หากภายหลัง…

ประเด็นสำคัญ

  • เงินทดแทนค่าจ้างค้างจ่ายวงเงินย่อยเป็นระบบช่วยเหลือลูกจ้างที่พ้นจากงานและมีคำพิพากษาหรือเอกสารอื่นให้จ่ายค่าจ้างที่ยังไม่ได้รับ โดยไม่ขึ้นอยู่กับว่านายจ้างล้มละลายหรือไม่
  • ตามกรณีตัวอย่าง ผู้มีสิทธิได้รับเงินต้องเป็นลูกจ้างที่พ้นจากงานและต้องได้รับคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลหรือเอกสารอื่นที่มีผลเช่นเดียวกัน
  • ขอบเขตการจ่ายเงินครอบคลุมค่าจ้างและเงินชดเชยกรณีหยุดงาน 3 เดือนสุดท้าย และเงินบำเหน็จเมื่อออกจากงานสำหรับ 3 ปีสุดท้าย
  • ขั้นตอนการยื่นคำขอเริ่มจากขอหนังสือรับรองนายจ้างและค่าจ้างค้างจ่ายจากสำนักงานแรงงานที่มีเขตอำนาจ จากนั้นดำเนินกระบวนการทางแพ่งเพื่อให้ได้คำพิพากษาถึงที่สุดหรือเอกสารอื่นที่มีผลเช่นเดียวกัน แล้วจึงยื่นขอต่อสำนักงานสวัสดิการแรงงานและการจ้างงาน
  • คำพิพากษาถึงที่สุดหรือเอกสารอื่นที่มีผลเช่นเดียวกันรวมถึงคำพิพากษาสิ้นสุดและคำสั่งให้ชำระเงินที่มีผลถึงที่สุด การประนีประนอมยอมความในคดี การรับข้อเรียกร้อง การไกล่เกลี่ย และคำสั่งแนะนำให้ปฏิบัติตาม เป็นต้น
  • ตามกรณีตัวอย่าง นายจ้างต้องเป็นนายจ้างของสถานประกอบการที่อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติประกันเงินทดแทนกรณีอุบัติเหตุจากการทำงาน และต้องประกอบกิจการดังกล่าวมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือนนับแต่วันที่กลายเป็นนายจ้างที่อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมาย
  • หากได้รับค่าจ้างหรือเงินบำเหน็จเมื่อออกจากงานบางส่วนก่อนจ่ายเงินทดแทน และไม่มีการแสดงเจตนาไว้อย่างชัดแจ้งว่าเงินดังกล่าวเป็นค่าจ้าง 3 เดือนสุดท้ายหรือเงินบำเหน็จเมื่อออกจากงานสำหรับ 3 ปีสุดท้าย ให้ถือว่าเงินนั้นนำไปชำระสิทธิเรียกร้องที่เกิดขึ้นก่อนหรือถึงกำหนดชำระก่อน
  • หากได้รับเงินทดแทนค่าจ้างค้างจ่ายวงเงินย่อยก่อน แล้วสถานประกอบการล้มละลายและยื่นขอเงินทดแทน เงินทดแทนค่าจ้างค้างจ่ายวงเงินย่อยที่ได้รับไปก่อนแล้วจะถูกหักออก

คำถามที่พบบ่อย

Q. ยื่นขอเงินทดแทนค่าจ้างค้างจ่ายวงเงินย่อยได้หรือไม่ แม้นายจ้างจะไม่ได้ล้มละลาย?

ตามกรณีตัวอย่าง เงินทดแทนค่าจ้างค้างจ่ายวงเงินย่อยเป็นระบบที่ยื่นขอได้โดยไม่ขึ้นอยู่กับว่านายจ้างล้มละลายหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ผู้ยื่นต้องเป็นลูกจ้างที่พ้นจากงาน และต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด เช่น ได้รับคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลเกี่ยวกับค่าจ้างค้างจ่าย เป็นต้น

Q. เงินทดแทนค่าจ้างค้างจ่ายวงเงินย่อยครอบคลุมค่าจ้างหรือเงินบำเหน็จเมื่อออกจากงานถึงจำนวนเท่าใด?

ขอบเขตการจ่ายเงินตามกรณีตัวอย่าง ได้แก่ ค่าจ้างและเงินชดเชยกรณีหยุดงาน 3 เดือนสุดท้าย และเงินบำเหน็จเมื่อออกจากงานสำหรับ 3 ปีสุดท้าย กรณีตัวอย่างไม่ได้ระบุจำนวนเงินที่สามารถได้รับไว้อย่างเฉพาะเจาะจง

Q. ต้องดำเนินขั้นตอนใดบ้างเพื่อยื่นขอเงินทดแทนค่าจ้างค้างจ่ายวงเงินย่อย?

ขั้นแรก ให้ขอหนังสือรับรองนายจ้างและค่าจ้างค้างจ่ายจากสำนักงานแรงงานที่มีเขตอำนาจ จากนั้นดำเนินกระบวนการทางแพ่งเพื่อให้ได้คำพิพากษาถึงที่สุดหรือเอกสารอื่นที่มีผลเช่นเดียวกัน แล้วนำเอกสารดังกล่าวไปยื่นขอต่อสำนักงานสวัสดิการแรงงานและการจ้างงาน

Q. คำพิพากษาถึงที่สุดหรือเอกสารอื่นที่ต้องใช้ยื่นขอเงินทดแทนค่าจ้างค้างจ่ายวงเงินย่อยมีอะไรบ้าง?

เอกสารดังกล่าวรวมถึงคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีที่มีคำพิพากษาสิ้นสุด คำสั่งให้ชำระเงินที่ถึงที่สุด และเอกสารที่มีผลเช่นเดียวกับคำพิพากษาถึงที่สุด เช่น การประนีประนอมยอมความในคดีหรือการรับข้อเรียกร้อง นอกจากนี้ กรณีตัวอย่างยังระบุถึงการประนีประนอมยอมความที่มีผลสมบูรณ์ คำสั่งให้ประนีประนอมยอมความที่มีผลถึงที่สุด และคำสั่งแนะนำให้ปฏิบัติตามที่มีผลถึงที่สุดด้วย

Q. นายจ้างต้องมีคุณสมบัติเพื่อให้มีการจ่ายเงินทดแทนค่าจ้างค้างจ่ายหรือไม่?

ตามกรณีตัวอย่าง นายจ้างต้องเป็นนายจ้างของสถานประกอบการที่อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายว่าด้วยการประกันเงินทดแทนกรณีอุบัติเหตุจากการทำงาน และต้องประกอบกิจการดังกล่าวมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือนนับแต่วันที่กลายเป็นนายจ้างที่อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมาย

Q. แม้ถูกเลิกจ้างมานานแล้ว จะได้รับเงินทดแทนค่าจ้างค้างจ่ายได้หรือไม่ หากการเลิกจ้างเป็นโมฆะ?

คำตอบในกรณีตัวอย่างอธิบายว่า หากการเลิกจ้างเป็นโมฆะ ให้ถือว่าสัญญาจ้างยังคงมีผลใช้บังคับต่อไป ดังนั้น ลูกจ้างรายดังกล่าวจึงเป็นลูกจ้างที่มีสิทธิได้รับเงินทดแทน และสามารถเรียกร้องค่าจ้างที่ยังไม่ได้รับได้

Q. หากได้รับค่าจ้างหรือเงินบำเหน็จเมื่อออกจากงานบางส่วนก่อนหรือหลังออกจากงาน จะคำนวณเงินทดแทนอย่างไร?

หากไม่มีการแสดงเจตนาไว้อย่างชัดแจ้งว่าเงินที่ได้รับเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้าง 3 เดือนสุดท้ายหรือเงินบำเหน็จเมื่อออกจากงานสำหรับ 3 ปีสุดท้าย กรณีตัวอย่างให้ถือว่าเงินดังกล่าวนำไปชำระหนี้ค่าจ้างที่เกิดขึ้นก่อนหรือถึงกำหนดชำระก่อน แล้วจึงพิจารณาว่ายังมีค่าจ้างค้างจ่ายสำหรับ 3 เดือนสุดท้ายและเงินบำเหน็จเมื่อออกจากงานสำหรับ 3 ปีสุดท้ายหรือไม่

Q. หลังจากได้รับเงินทดแทนค่าจ้างค้างจ่ายวงเงินย่อยแล้ว หากสถานประกอบการล้มละลาย จะขอรับเงินทดแทนเพิ่มเติมได้หรือไม่?

ตามกรณีตัวอย่าง หากยื่นขอเงินทดแทนกรณีสถานประกอบการล้มละลาย จะหักเงินทดแทนค่าจ้างค้างจ่ายวงเงินย่อยที่ได้รับไปก่อนแล้วออกจากจำนวนเงินที่จะจ่าย จึงไม่ได้รับเงินเต็มจำนวนซ้ำอีกครั้ง

Q. สิทธิเรียกร้องค่าจ้างที่สำนักงานสวัสดิการแรงงานและการจ้างงานรับช่วงสิทธิมาใช้ มีลำดับเหนือกว่าสิทธิเรียกร้องค่าจ้างของลูกจ้างรายอื่นที่มีสิทธิได้รับชำระก่อนเป็นลำดับแรกหรือไม่?

กรณีตัวอย่างอธิบายว่า สิทธิเรียกร้องที่สำนักงานสวัสดิการแรงงานและการจ้างงานรับช่วงสิทธิเพื่อเรียกร้องเงินทดแทน กับสิทธิเรียกร้องของลูกจ้างรายอื่นซึ่งไม่ได้รับเงินทดแทนและมีสิทธิได้รับชำระค่าจ้างก่อนเป็นลำดับแรก มีลำดับสิทธิเท่ากัน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • พระราชบัญญัติประกันสิทธิเรียกร้องค่าจ้างฉบับเดิม (구 임금채권보장법)
  • พระราชบัญญัติประกันสิทธิเรียกร้องค่าจ้าง มาตรา 7 (임금채권보장법 제7조)
  • พระราชกฤษฎีกาบังคับใช้พระราชบัญญัติประกันสิทธิเรียกร้องค่าจ้าง มาตรา 7 (임금채권보장법 시행령 제7조)
  • พระราชบัญญัติการบังคับคดีทางแพ่ง มาตรา 24 (민사집행법 제24조)
  • พระราชบัญญัติการบังคับคดีทางแพ่ง มาตรา 56(3) (민사집행법 제56조제3호)
  • พระราชบัญญัติการบังคับคดีทางแพ่ง มาตรา 56(5) (민사집행법 제56조제5호)
  • พระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยคดีแพ่ง มาตรา 28 (민사조정법 제28조)
  • พระราชบัญญัติการไกล่เกลี่ยคดีแพ่ง มาตรา 30 (민사조정법 제30조)
  • พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีมโนสาเร่ มาตรา 5-7 วรรคหนึ่ง (소액사건심판법 제5조의7제1항)
  • พระราชบัญญัติประกันเงินทดแทนกรณีอุบัติเหตุจากการทำงาน (산업재해보상보험법)

ข้อควรระวัง

  • เงินทดแทนค่าจ้างค้างจ่ายวงเงินย่อยกำหนดให้ผู้ยื่นเป็นลูกจ้างที่พ้นจากงานและได้รับคำพิพากษาถึงที่สุดหรือเอกสารอื่นที่มีผลเช่นเดียวกัน ดังนั้น ขั้นตอนการยื่นขอไม่ได้สิ้นสุดเพียงการได้รับหนังสือรับรองนายจ้างและค่าจ้างค้างจ่าย
  • ต้องแยกขอบเขตการจ่ายเงิน ซึ่งได้แก่ ค่าจ้างและเงินชดเชยกรณีหยุดงาน 3 เดือนสุดท้าย กับเงินบำเหน็จเมื่อออกจากงานสำหรับ 3 ปีสุดท้าย ออกจากจำนวนเงินที่ได้รับจริง
  • หากได้รับค่าจ้างหรือเงินบำเหน็จเมื่อออกจากงานบางส่วนแล้ว ให้ตรวจสอบว่าขณะจ่ายเงินมีการแสดงเจตนาไว้อย่างชัดแจ้งหรือไม่ว่าเงินดังกล่าวนำไปชำระสิทธิเรียกร้องสำหรับช่วงเวลาสุดท้ายที่มีสิทธิได้รับเงิน
  • คำอธิบายระบบและบทบัญญัติที่ระบุในกรณีตัวอย่างจำกัดอยู่เฉพาะเนื้อหาของแต่ละกรณีปรึกษา จึงควรตรวจสอบคุณสมบัติและขั้นตอนการยื่นคำขอโดยละเอียดแยกต่างหาก

กรณีปรึกษาที่ใช้อ้างอิง

คู่มือนี้ AI สรุปจากกรณีปรึกษาของสำนักงานช่วยเหลือทางกฎหมายเกาหลีต่อไปนี้ (ภาษาเกาหลี)

  1. 대위채권자와 다른 근로자 배당순위기준
  2. 해고처분이 무효인 경우 체당금
  3. 노동부의 체당급 지급에 관한 기준
  4. 소액체당금 확정판결의 의미
  5. 소액체당금 지급범위
  6. 소액체당금제도 의의
  7. 소액체당금 지급 절차
  8. 소액체당금의 취지
  9. 소액체당금 지급대상
  10. 소액체당금을 받기 위한 사업주의 요건

คู่มือนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายเกาหลี ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี โปรดปรึกษาทนายความหรือสำนักงานช่วยเหลือทางกฎหมายเกาหลี (โทร 132 ในเกาหลี)