วันที่สมหวังแต่กลับต้องกังวลของ Somchai

Somchai พนักงานหนุ่มชาวไทยที่ทำงานในโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในจังหวัดคยองกี ประเทศเกาหลีใต้ เพิ่งจะได้รับข่าวดีที่สุดในชีวิตการทำงาน หลังจากทำงานด้วยสัญญาจ้างแบบมีกำหนดระยะเวลามานานกว่า 2 ปี ในที่สุดเขาก็ได้รับสิทธิเป็นพนักงานประจำตามกฎหมายคุ้มครองลูกจ้างสัญญาจ้าง (Fixed-term Act) และได้เซ็นสัญญาจ้างงานฉบับใหม่ที่ระบุค่าจ้างและสวัสดิการไว้อย่างชัดเจน

แต่แล้วความดีใจก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อสหภาพแรงงานของบริษัทได้บรรลุข้อตกลงร่วมฉบับใหม่กับทางฝ่ายบริหาร ซึ่งมีการระบุเงื่อนไขการจ้างงานสำหรับกลุ่มพนักงานที่เพิ่งเปลี่ยนสถานะจากพนักงานชั่วคราวเป็นพนักงานประจำ โดยกำหนดโครงสร้างเงินเดือนใหม่ที่ "ต่ำกว่า" อัตราที่ Somchai เพิ่งจะเซ็นสัญญาไปในตอนแรก

ทางบริษัทแจ้งกับ Somchai ว่าเขาต้องรับเงินเดือนตามข้อตกลงร่วมฉบับใหม่นี้ เพราะถือเป็นระเบียบของบริษัทที่ตกลงกับสหภาพแล้ว Somchai เริ่มเกิดคำถามด้วยความกังวลว่า "สัญญาที่ผมเซ็นไปก่อนหน้านี้ไม่มีความหมายเลยหรือ? บริษัทสามารถลดเงินเดือนผมตามใจชอบเพียงเพราะมีข้อตกลงใหม่เกิดขึ้นมาทีหลังได้อย่างนั้นหรือ?"

ประเด็นข้อสงสัยทางกฎหมาย

ในกรณีที่ลูกจ้างเปลี่ยนสถานะเป็นพนักงานประจำและทำสัญญาจ้างรายบุคคลไปแล้ว หากต่อมามีการทำข้อตกลงร่วม (Collective Agreement) ระหว่างบริษัทและสหภาพแรงงาน ซึ่งมีเนื้อหาที่ทำให้ลูกจ้างเสียประโยชน์หรือได้รับค่าจ้างน้อยกว่าในสัญญาจ้างเดิม ลูกจ้างยังคงมีสิทธิ์เรียกร้องค่าจ้างตามสัญญาเดิมได้หรือไม่?

สิ่งที่กฎหมายแรงงานเกาหลีระบุไว้

ในการทำความเข้าใจกรณีของ Somchai เราต้องพิจารณาหลักการสำคัญของกฎหมายแรงงานเกาหลี ดังนี้:

กฎหมายการคุ้มครองลูกจ้างสัญญาจ้าง (Fixed-term Act): กำหนดว่าเมื่อทำงานเกิน 2 ปี ลูกจ้างจะถือว่าเป็นพนักงานที่มีสัญญาจ้างแบบไม่มีกำหนดระยะเวลา (พนักงานประจำ)

ในลำดับชั้นของกฎระเบียบแรงงาน ข้อตกลงร่วมมักจะมีศักดิ์สูงกว่าสัญญาจ้างรายบุคคล อย่างไรก็ตาม มีหลักการสำคัญที่เรียกว่า "หลักการไม่ใช้บังคับย้อนหลังในทางที่เป็นโทษ" และ "สิทธิที่ได้มาโดยชอบแล้ว"

  1. สัญญาจ้างรายบุคคล: เป็นความสมัครใจระหว่างนายจ้างและลูกจ้างเฉพาะราย
  2. ข้อตกลงร่วม: มีผลบังคับใช้กับสมาชิกสหภาพหรือพนักงานในขอบเขตที่ตกลงกัน

แนวทางคำวินิจฉัยของศาลเกาหลี

ศาลเกาหลีใต้ให้ความสำคัญกับเสรีภาพในการทำข้อตกลงร่วมก็จริง แต่อย่างไรก็ตาม หากลูกจ้างได้เข้าสู่สถานะพนักงานประจำและทำสัญญาจ้างรายบุคคลเสร็จสมบูรณ์ไปแล้วก่อนที่ข้อตกลงร่วมฉบับใหม่จะเกิดขึ้น ศาลมักจะวินิจฉัยว่า:

  • ข้อตกลงร่วมฉบับใหม่ไม่มีผลบังคับใช้ย้อนหลังเพื่อลดทอนสิทธิหรือค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับตามสัญญาจ้างที่ลงนามไปก่อนหน้า
  • หากลูกจ้างไม่ให้ความยินยอมเป็นรายบุคคลในการลดค่าจ้าง สัญญาเดิมย่อมได้รับความคุ้มครอง

การประยุกต์ใช้กฎหมายกับกรณีของ Somchai

สำหรับกรณีของ Somchai เขากลายเป็นพนักงานประจำและลงนามในสัญญาจ้างอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ก่อน ที่ข้อตกลงร่วมระหว่างบริษัทและสหภาพจะมีการลงนามกัน ดังนั้น สิทธิในค่าจ้างตามที่ระบุในสัญญาของเขาถือเป็นสิทธิที่เกิดขึ้นโดยสมบูรณ์แล้ว

บริษัทไม่สามารถอ้างข้อตกลงร่วมที่ทำขึ้นภายหลังมาบังคับใช้ย้อนหลังเพื่อลดเงินเดือนของ Somchai ได้ เพราะจะถือเป็นการละเมิดสัญญาจ้างงานรายบุคคลที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่ ดังนั้น Somchai จึงมีสิทธิ์ทางกฎหมายที่จะเรียกร้องให้บริษัทจ่ายค่าจ้างในอัตราเดิมตามที่ระบุในสัญญาจ้างรายบุคคลของเขา

บทสรุป: ผลลัพธ์และคำแนะนำสำหรับคุณ

ในที่สุด Somchai ได้ยืนหยัดในสิทธิ์ของตนเองและสื่อสารกับแผนกทรัพยากรบุคคลโดยอ้างอิงถึงสัญญาจ้างที่เขาลงนามไว้ก่อนหน้า ทำให้เขาสามารถรักษาอัตราเงินเดือนเดิมไว้ได้โดยไม่ต้องถูกปรับลดตามข้อตกลงใหม่ของสหภาพ

หากคุณตกอยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกับ Somchai นี่คือคำแนะนำ 3 ข้อ:

  1. เก็บรักษาเอกสารสัญญา: เก็บรักษาฉบับจริงหรือสำเนาสัญญาจ้างรายบุคคลไว้ให้ดีที่สุด โดยเฉพาะฉบับที่เซ็นเมื่อตอนเปลี่ยนสถานะเป็นพนักงานประจำ
  2. ตรวจสอบวันที่บังคับใช้: สังเกตวันที่ในสัญญาจ้างของคุณและวันที่ในข้อตกลงร่วมฉบับใหม่ หากสัญญาจ้างของคุณเกิดก่อน คุณมีสิทธิ์ที่เข้มแข็งกว่า
  3. อย่ารีบลงนามยินยอม: หากบริษัทนำเอกสารยินยอมปรับลดค่าจ้างมาให้เซ็น อย่าเพิ่งรีบลงนาม เพราะการเซ็นชื่ออาจหมายถึงการที่คุณยอมรับเงื่อนไขใหม่ที่เสียเปรียบด้วยความสมัครใจ

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น หากคุณมีปัญหาแรงงานเฉพาะเจาะจงในเกาหลีใต้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือที่ปรึกษาแรงงาน