ซาราห์ ฮิล ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ วินิจฉัยในสัปดาห์นี้ว่า เจ้าหน้าที่รองนายอำเภอจากสำนักงานนายอำเภอทัลซา รัฐโอคลาโฮมา ค้นทะเบียนรถของผู้หญิงคนหนึ่งในฐานข้อมูล Flock Safety โดยไม่มีหมายค้น ซึ่ง ละเมิดสิทธิตามรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 4 ของสหรัฐฯ ผู้พิพากษาฮิลเขียนว่าหลักฐานทั้งหมดที่ได้มาหลังการค้นควรถูกตัดออกในฐานะ “ผลไม้จากต้นไม้พิษ” (หลักฐานที่สืบเนื่องมาจากหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบ) คำวินิจฉัยนี้ไม่ได้สร้างบรรทัดฐานที่มีผลผูกพัน แต่มีรายงานว่านี่เป็นหนึ่งในคดีแรก ๆ ที่ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางเห็นว่าการค้นผ่าน Flock ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ที่มาและบริบท

Flock เป็นระบบที่เก็บข้อมูลป้ายทะเบียนรถผ่านกล้องที่เชื่อมต่อเป็นเครือข่าย ผู้พิพากษาฮิลเห็นว่าเจ้าหน้าที่รองนายอำเภอควรขอหมายค้นก่อนค้นฐานข้อมูล ผู้พิพากษาระบุว่า นอกจากข้อเท็จจริงที่ว่ารถติดป้ายทะเบียนรัฐแคลิฟอร์เนียแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลชัดเจนให้ทำการค้น

เจ้าหน้าที่รองนายอำเภอใช้ประวัติการเดินทางของผู้หญิงที่ตรวจพบใน Flock เป็นเหตุผลรองรับการค้นรถ มีรายงานว่าพบเมทแอมเฟตามีน 91 ปอนด์ในรถ แต่ผู้พิพากษาฮิลเขียนว่าควรตัดหลักฐานที่ได้หลังการค้นผ่าน Flock ออก ดังนั้น ประเด็นสำคัญของคำวินิจฉัยนี้ไม่ใช่เพียงปริมาณสารที่พบ แต่รวมถึงขั้นตอนที่ใช้ในการได้มาซึ่งข้อมูลตำแหน่งที่นำไปใช้ในการสืบสวนและหลักฐานที่ได้มาต่อจากนั้นด้วย

ผู้พิพากษาระบุว่า การบันทึกตำแหน่งของผู้คนอย่างต่อเนื่องและไม่เลือกเป้าหมายเป็นเวลานาน แล้วนำข้อมูลนั้นไปใช้เมื่อจำเป็นและเพื่อวัตถุประสงค์ใดก็ได้ อาจก่อให้เกิดปัญหาตามรัฐธรรมนูญได้ ผู้พิพากษาอธิบายว่า Flock ไม่ใช่เครื่องมือที่มุ่งเป้าไปยังบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ แต่เป็นเครื่องมือ “เฝ้าระวังมวลชนอย่างไม่เลือกเป้าหมาย” ซึ่งเก็บข้อมูลรถทุกคันที่ผ่านกล้องในเครือข่ายไว้ตลอดเวลา และส่งมอบข้อมูลตามคำขอของตำรวจ

ความหมายของข่าวนี้

คำวินิจฉัยนี้ตั้งคำถามไม่ใช่กับการมีอยู่ของเทคโนโลยีอ่านป้ายทะเบียนรถเอง แต่กับ ขอบเขตการค้นข้อมูลโดยไม่มีหมายค้น และการนำผลการค้นไปใช้เป็นหลักฐานในการสืบสวนต่อ แม้บันทึกการเดินทางในสถานที่สาธารณะจะถูกสะสมเป็นเวลานานและนำมาใช้เมื่อต้องการ ประเด็นเรื่องการละเมิดความเป็นส่วนตัวและขอบเขตของสิทธิตามรัฐธรรมนูญก็อาจกลายเป็นข้อพิพาทได้ อย่างไรก็ตาม คำวินิจฉัยนี้ไม่ใช่บรรทัดฐานที่มีผลผูกพัน จึงไม่อาจสรุปได้ว่าคดีอื่นจะต้องได้ข้อยุติแบบเดียวกันโดยอัตโนมัติ

หน่วยงานสืบสวนอาจเผชิญแรงกดดันมากขึ้นให้พิจารณาความจำเป็นและขั้นตอนในการค้นข้อมูล ส่วนหน่วยงานที่ดำเนินการหรือใช้ฐานข้อมูลทะเบียนรถอาจต้องชี้แจงขอบเขตการเก็บ ค้น และใช้ข้อมูล ขณะเดียวกัน สิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องคือ แม้การค้นข้อมูลจะผิดกฎหมาย ก็ไม่ได้หมายความว่าหลักฐานทุกชิ้นที่ได้มาภายหลังจะถูกตัดออกโดยอัตโนมัติเสมอไป ความเชื่อมโยงระหว่างหลักฐานและการมีข้อยกเว้นหรือไม่อาจเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาแยกต่างหาก

ตัวอย่างเช่น หากในคดีหนึ่งหน่วยงานสืบสวนค้นประวัติการเดินทางของรถโดยไม่มีหมายค้น แล้วใช้ข้อมูลดังกล่าวเป็นเหตุให้ได้หลักฐานอื่น ผู้ที่เกี่ยวข้องอาจโต้แย้งได้ทั้งเรื่องความชอบด้วยกฎหมายของการค้น และเรื่องที่ว่าหลักฐานชิ้นหลังได้มาจากการค้นนั้นหรือไม่ อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงตัวอย่างสมมติ และผลจริงอาจแตกต่างกันไปตามกฎหมายที่ใช้บังคับและข้อเท็จจริงเฉพาะของคดี

ข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายและการสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง

คู่มือกฎหมายภายในอธิบายว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเกาหลีใต้ (한국 형사소송법) มาตรา 308-2 หลักฐานที่เก็บรวบรวมด้วยขั้นตอนที่มิชอบด้วยกฎหมายและหลักฐานชั้นรองที่ได้มาโดยอาศัยหลักฐานนั้น โดยหลักแล้วไม่อาจใช้เป็นหลักฐานพิสูจน์ความผิดได้ อย่างไรก็ตาม อาจพิจารณาเป็นกรณียกเว้นได้โดยคำนึงถึงเนื้อหาและระดับความร้ายแรงของการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงว่าความเชื่อมโยงเชิงเหตุและผลระหว่างการเก็บหลักฐานกับหลักฐานนั้นได้ขาดลงหรือไม่ ข้อสรุปของคำวินิจฉัยสหรัฐฯ ไม่ได้นำมาใช้กับคดีในเกาหลีใต้ได้โดยตรง และคู่มือนี้มีไว้เพื่อใช้อ้างอิงทำความเข้าใจกระบวนการอาญาของเกาหลีใต้

นอกจากนี้ การที่หลักฐานจะรับฟังได้หรือไม่ และการที่หลักฐานเพียงอย่างเดียวจะเพียงพอให้วินิจฉัยว่ามีความผิดหรือไม่ เป็นคนละประเด็นกัน ความน่าเชื่อถือหรือพลังในการพิสูจน์ของหลักฐานต้องได้รับการพิจารณาแยกต่างหาก ดังนั้น หากมีการโต้แย้งว่าการค้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ควรพิจารณาแยกกันทั้งขั้นตอนการค้นและวิธีที่ได้หลักฐานในภายหลังมา

ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้วและสิ่งที่ยังไม่ทราบ

ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว

  • ผู้พิพากษาฮิลวินิจฉัยว่า การค้นผ่าน Flock โดยไม่มีหมายค้นของเจ้าหน้าที่รองนายอำเภอจากสำนักงานนายอำเภอทัลซาละเมิดสิทธิตามรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 4 ของผู้หญิงคนหนึ่ง
  • ผู้พิพากษาเห็นว่าเจ้าหน้าที่รองนายอำเภอไม่มีเหตุผลชัดเจนในการค้น และเขียนว่าควรตัดหลักฐานที่ได้มาหลังการค้นออก
  • คำวินิจฉัยนี้ไม่ได้สร้างบรรทัดฐานที่มีผลผูกพัน แต่ได้รับการนำเสนอว่าเป็นหนึ่งในคดีแรก ๆ ของศาลรัฐบาลกลางที่เห็นว่าการค้นผ่าน Flock ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
  • มีรายงานว่ารัฐบาลท้องถิ่นและรัฐบาลระดับรัฐหลายแห่ง รวมถึงฟลอริดาและเท็กซัส ประกาศว่าจะหยุดใช้เทคโนโลยี Flock วุฒิสมาชิกเบอร์นี แซนเดอร์สเสนอร่างกฎหมายห้ามหน่วยงานรัฐบาลกลางใช้เครื่องอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติ

สิ่งที่ยังไม่ทราบ

  • รายงานข่าวไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าการค้นผ่าน Flock ของเจ้าหน้าที่รองนายอำเภอและการค้นรถเกิดขึ้นเมื่อใด
  • ยังไม่ยืนยันว่ามีการยื่นอุทธรณ์คำวินิจฉัยนี้หรือไม่
  • รายงานข่าวไม่ได้ให้คำตอบว่าการพิจารณาร่างกฎหมาย Block Flock Act ในสภาคองเกรสคืบหน้าไปอย่างไรหลังจากมีการเสนอร่าง

สิ่งที่ผู้อ่านควรตรวจสอบ

  • หากเกี่ยวข้องกับคดีที่คล้ายกัน อาจตรวจสอบได้ว่ามีการค้นข้อมูลเมื่อใดและด้วยขั้นตอนใด รวมถึงผลการค้นถูกนำไปใช้ในการสืบสวนต่ออย่างไร
  • ในกระบวนการอาญาของเกาหลีใต้ ควรพิจารณาแยกกันถึงความเชื่อมโยงระหว่างหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบกับหลักฐานที่ได้ภายหลัง สถานการณ์ที่อาจเข้าข้อยกเว้น การรับฟังพยานหลักฐาน และพลังในการพิสูจน์ หากมีข้อโต้แย้งเฉพาะคดี ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายโดยอาศัยสำนวนคดี
  • เมื่อต้องพิจารณาขอบเขตการนำคำวินิจฉัยนี้ไปใช้ ควรคำนึงพร้อมกันว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวไม่ใช่บรรทัดฐานที่มีผลผูกพัน และยังไม่มีการยืนยันสถานะการอุทธรณ์หรือความคืบหน้าการพิจารณาร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง