ศาลชี้การกลับขึ้นเรือเพื่อทำงานยังอยู่ในขอบเขตหน้าที่
ศาลแขวงอินชอนวินิจฉัยว่า การเสียชีวิตของลูกเรือลากจูงรายหนึ่งซึ่งพลัดตกทะเลหลังดื่มสุราและกำลังกลับขึ้นเรือเพื่อเตรียมทำงานกลางคืน เป็น อุบัติเหตุจากการทำงาน คำวินิจฉัยนี้ให้น้ำหนักกับข้อเท็จจริงว่าเขากำลังเดินทางกลับไปปฏิบัติหน้าที่ และต้องขึ้นเรือผ่านจุดที่มีความเสี่ยง
ผู้พิพากษาชิม ฮยอนกึน แห่งศาลแขวงอินชอนมีคำพิพากษาให้ครอบครัวของผู้เสียชีวิตชนะคดีบางส่วน ในคดีเรียกร้องเงินชดเชยจากสมาคมสหกรณ์ธุรกิจเรือลากจูง โดยสั่งให้สมาคมจ่ายเงินชดเชยแก่ครอบครัวและค่าจัดงานศพรวมกัน กว่า 133 ล้านวอน
ประเด็นสำคัญของคดีคือ ผู้เสียชีวิตกำลังกลับไปทำงานตามกำหนด และการขึ้นลงเรือก็เป็นส่วนหนึ่งของสภาพการทำงานของลูกเรือ
เหตุเกิดหลังทำงานต่อเนื่องสิบวัน
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2022 เวลาประมาณ 18.35 น. ที่ท่าเรือสำหรับเรือขนาดเล็กแห่งหนึ่งในเมืองอินชอน ลูกเรือรายนี้พลัดตกลงทะเลขณะพยายามขึ้นเรือลากจูงที่จอดอยู่บริเวณท่า และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ก่อนเกิดเหตุ เขาทำงานต่อเนื่องมาแล้ว สิบวัน ในช่วงเย็นเขาลงจากเรือพร้อมกัปตันและไปดื่มสุรา จากนั้นจึงกำลังกลับขึ้นเรือเพื่อเตรียมปฏิบัติงานลากจูง ซึ่งมีกำหนดเริ่มในเวลาประมาณ 23.00 น.
การขึ้นเรือไม่ได้ใช้ทางขึ้นที่มั่นคง แต่ต้องเหยียบยางกันกระแทกที่ติดอยู่รอบลำเรือเพื่อปีนขึ้นไป ยางเหล่านี้ทำหน้าที่ลดแรงกระแทกเมื่อเรือชนหรือเบียดกับท่าเรือ แต่ในกรณีนี้กลับเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางขึ้นเรือที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ผลตรวจพบแอลกอฮอล์ในเลือดสูง
ผลชันสูตรพบว่าผู้เสียชีวิตมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือด 0.22% สมาคมฯ จึงโต้แย้งว่าเหตุเสียชีวิตเกิดจากการดื่มสุรา ซึ่งเป็นสาเหตุที่อยู่นอกเหนือการปฏิบัติงาน และควรทำให้เงินชดเชยแก่ครอบครัวลดลง
อย่างไรก็ตาม ศาลไม่ได้พิจารณาเพียงว่าผู้เสียชีวิตดื่มสุราหรือไม่ แต่พิจารณาสถานการณ์โดยรวมด้วย ทั้งกำหนดการทำงาน การกลับไปเตรียมงาน และลักษณะอันตรายของการขึ้นเรือ
ศาลพิจารณาลักษณะงานของลูกเรือในทะเล
ศาลเห็นว่า งานบนเรือมีเงื่อนไขต่างจากงานในสถานที่ทำงานทั่วไป ลูกเรืออาจต้องเตรียมงาน พัก หรือกลับขึ้นลงเรือในช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ แม้จะมีช่วงที่ไม่ได้ทำงานโดยตรงก็ตาม การรับประทานอาหารหรือออกจากเรือชั่วคราวแล้วกลับขึ้นมา จึงอาจยังเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานได้
ในคดีนี้ ผู้เสียชีวิตกำลังกลับไปปฏิบัติงานลากจูงที่กำหนดไว้ และศาลยังพิจารณาว่าเขาดื่มสุราร่วมกับกัปตัน ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสั่งการและกำกับดูแลการทำงาน ศาลจึงเห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวยังไม่ถึงขั้นหลุดพ้นจากขอบเขตที่ยอมรับได้ในการทำงานของลูกเรือ
การกลับไปทำงานเป็นข้อเท็จจริงสำคัญ
ศาลระบุว่าผู้เสียชีวิตตระหนักว่าตนมีหน้าที่ต้องกลับไปขึ้นเรือก่อนเริ่มงานกลางคืน ข้อเท็จจริงนี้ช่วยแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้กลับไปที่ท่าเรือเพื่อทำธุระส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับงาน แต่กำลังเดินทางกลับไปเตรียมปฏิบัติหน้าที่ตามกำหนด
ศาลยังเห็นว่า แม้ไม่คำนึงถึงการดื่มสุรา การขึ้นเรือในสภาพที่เรืออาจไหวหรือเคลื่อนตามคลื่นก็มีความเสี่ยงที่จะพลัดตกทะเลอยู่แล้ว กล่าวอีกอย่างคือ ความเสี่ยงอาจเกิดจากสภาพแวดล้อมและวิธีขึ้นเรือ ไม่ได้เกิดจากการดื่มสุราเพียงปัจจัยเดียว
ศาลเห็นว่าไม่อาจตัดความเป็นไปได้ที่ลูกเรือจะตกทะเลจากการเคลื่อนไหวของเรือและคลื่น แม้ไม่มีปัจจัยเรื่องการดื่มสุราก็ตาม
เงินชดเชยและความหมายของคำพิพากษา
คำพิพากษาให้สมาคมสหกรณ์ธุรกิจเรือลากจูงจ่ายเงินชดเชยแก่ครอบครัวและค่าจัดงานศพรวมกว่า 133 ล้านวอน โดยเป็นการชนะคดีบางส่วนของครอบครัว ไม่ใช่การวินิจฉัยว่าการดื่มสุราไม่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ แต่ศาลเห็นว่าการดื่มสุราเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะตัดเหตุเสียชีวิตออกจากขอบเขตการทำงาน
การพิจารณาอุบัติเหตุจากการทำงานจึงอาจต้องดูหลายองค์ประกอบร่วมกัน เช่น ผู้เสียชีวิตกำลังมุ่งหน้าไปทำงานหรือไม่ งานนั้นมีตารางเวลาชัดเจนเพียงใด และอันตรายเกิดจากสภาพแวดล้อมในการทำงานด้วยหรือไม่ กรณีนี้เปรียบได้กับการเดินทางกลับไปทำงานในสถานที่ที่มีความเสี่ยง ซึ่งการประเมินสาเหตุจำเป็นต้องดูทั้งการกระทำของบุคคลและสภาพหน้างาน
บทเรียนด้านความปลอดภัยบนเรือ
คำพิพากษายังสะท้อนถึงความสำคัญของวิธีขึ้นลงเรือ โดยเฉพาะในเวลากลางคืนหรือบริเวณที่เรืออาจเคลื่อนไหวตามคลื่น การใช้ยางกันกระแทกเป็นขั้นบันไดชั่วคราวอาจทำให้การขึ้นเรือไม่มั่นคง และเพิ่มโอกาสพลัดตกทะเลได้
- การจัดทางขึ้นลงเรือที่มั่นคงอาจช่วยลดความเสี่ยงจากการลื่นหรือเสียหลัก
- การเตรียมงานกลางคืนควรคำนึงถึงแสงสว่าง สภาพคลื่น และการเคลื่อนไหวของเรือ
- การทำงานต่อเนื่องหลายวันอาจทำให้ความเหนื่อยล้าสะสม และควรนำมาพิจารณาในการจัดตารางงาน
คดีนี้ไม่ได้กำหนดรายละเอียดมาตรการความปลอดภัยใหม่โดยตรง แต่ชี้ให้เห็นว่าความเสี่ยงในการทำงานบนเรือไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะช่วงที่เรือกำลังปฏิบัติภารกิจ การเดินทางกลับขึ้นเรือและการเตรียมงานก็อาจเกี่ยวข้องกับหน้าที่และความปลอดภัยของลูกเรือเช่นกัน



















