ทำความเข้าใจเรื่อง "ความรับผิดของผู้ให้ยืมชื่อ" ในเกาหลี
ในประเทศเกาหลี เป็นเรื่องปกติที่บุคคลธรรมดาจะทำสัญญาดำเนินกิจการโดยใช้ชื่อแบรนด์หรือชื่อทางการค้าของบริษัทใหญ่ แต่เมื่อเกิดปัญหา เช่น ไม่สามารถชำระหนี้ได้ คำถามที่ตามมาคือ ใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ?
สถานการณ์ตัวอย่าง
บริษัทแห่งหนึ่ง (บริษัท A) ทำสัญญากับบุคคลหนึ่ง (นาย B) ให้ดำเนินงานในสำนักงานสาขา โดยแต่งตั้งนาย B เป็นหัวหน้าสำนักงาน นาย B ได้ติดตั้งป้ายชื่อว่า "บริษัท A สำนักงานสาขาชินทันจิน" ต่อมามีบุคคลที่สาม (นาย C) ให้ยืมเงินแก่นาย B เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียน เมื่อนาย B ไม่สามารถคืนเงินได้ นาย C จึงไปทวงถามจากบริษัท A
หลักกฎหมาย: มาตรา 24 แห่งกฎหมายพาณิชย์
ภายใต้ กฎหมายพาณิชย์ของเกาหลี มีหลักการที่เรียกว่า "ความรับผิดของผู้ให้ยืมชื่อ" (Liability of a Name-Lender)
มาตรา 24 (ความรับผิดของผู้ให้ยืมชื่อ): บุคคลใดที่อนุญาตให้ผู้อื่นดำเนินธุรกิจโดยใช้ชื่อตัว ชื่อสกุล ชื่อทางการค้า หรือเครื่องหมายของตน จะต้องร่วมรับผิดกับผู้นั้นต่อบุคคลภายนอกที่ทำนิติกรรมโดยเชื่อว่าเขาเป็นเจ้าของกิจการนั้น
คำวินิจฉัยของศาลฎีกา
ศาลตัดสินว่าบริษัท A ต้องรับผิดชอบ ต่อหนี้ดังกล่าว เนื่องจากเหตุผลดังนี้:
- ความเหมือนของชื่อ: แม้จะมีการเติมคำว่า 'สาขา' 'สำนักงานขาย' หรือ 'ที่ทำการ' ต่อท้ายชื่อทางการค้า แต่ในทางกฎหมายถือว่ายังมีลักษณะเป็นชื่อเดียวกันกับบริษัทแม่
- การคุ้มครองเจ้าหนี้: หากเจ้าหนี้เชื่อโดยสุจริตว่าเขากำลังทำธุรกรรมกับบริษัทจริงเนื่องจากชื่อที่ใช้ บริษัทที่อนุญาตให้ใช้ชื่อนั้นต้องรับผิดชอบ
- การสร้างรูปลักษณ์ภายนอก: การที่บริษัทอนุญาตให้ใช้ชื่อและแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการ ทำให้บุคคลภายนอกเชื่อถือได้ว่าเป็นการดำเนินงานของบริษัทใหญ่จริง
ข้อควรระวังสำหรับชาวต่างชาติในเกาหลี
- การตรวจสอบ: ก่อนให้ยืมเงินหรือทำสัญญาสำคัญกับ "ผู้จัดการสาขา" ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณกำลังทำสัญญากับตัวบริษัทใหญ่ หรือเป็นเพียงผู้รับเหมาอิสระ
- สิทธิในการเรียกร้อง: หากคุณทำธุรกรรมเพราะเชื่อมั่นในชื่อบริษัทที่ปรากฏบนป้าย คุณอาจมีสิทธิ์ตามกฎหมายที่จะเรียกร้องให้สำนักงานใหญ่ชำระหนี้แทนได้
***
ข้อมูลทางกฎหมายนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นความรู้เบื้องต้นเท่านั้น และไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ หากต้องการความช่วยเหลือเฉพาะทาง โปรดปรึกษาทนายความผ่านแพลตฟอร์มของเรา




















