1. เรื่องของนลิน: คำร้องที่ไม่ได้ทำให้กฎหมายหยุดใช้โดยอัตโนมัติ
นลิน ศิริวัฒน์กำลังต่อสู้คดีแพ่งที่ผลลัพธ์อาจกระทบต่อกิจการเล็ก ๆ ซึ่งเธอสร้างมากับครอบครัว เธอเห็นว่าบทกฎหมายข้อหนึ่งถูกนำมาใช้กับเธอในความหมายที่จำกัดสิทธิของประชาชนเกินควร จึงขอให้ศาลที่กำลังพิจารณาคดีส่งประเด็นความชอบด้วยรัฐธรรมนูญไปยังศาลรัฐธรรมนูญ
ศาลในคดีปฏิเสธคำขอนั้น นลินจึงใช้ช่องทางตามมาตรา 68 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติศาลรัฐธรรมนูญ ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง เธอหวังว่าศาลจะประกาศให้บทกฎหมายนั้นขัดรัฐธรรมนูญ แต่ระหว่างรอคำวินิจฉัย เธอก็รู้ดีว่าคำร้องเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ข้อกฎหมายที่เป็นปัญหาหมดผลบังคับ
2. ประเด็นทางกฎหมาย
เมื่อมีการยื่นคำร้องตามมาตรา 68 วรรคสอง ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่าบทกฎหมายไม่ขัดรัฐธรรมนูญในกรณีใดบ้าง และการที่ศาลฎีกาเคยตีความบทกฎหมายให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมีผลต่อคำวินิจฉัยนั้นอย่างไร?
3. กฎหมายเกาหลีใต้กำหนดไว้อย่างไร
มาตรา 68 วรรคสองเปิดทางให้คู่ความยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ เมื่อศาลที่กำลังพิจารณาคดีปฏิเสธคำขอให้ส่งเรื่องตรวจสอบว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคดีขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไรก็ดี คำร้องนี้เป็นเพียงช่องทางให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาประเด็นดังกล่าว ไม่ใช่การรับรองล่วงหน้าว่ากฎหมายจะถูกเพิกถอน
หลักสำคัญมีสองประการ:
- จำนวนเสียงที่ใช้วินิจฉัยว่ากฎหมายขัดรัฐธรรมนูญ — โดยหลัก ต้องมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอย่างน้อย 6 คนเห็นชอบกับการวินิจฉัยว่าบทกฎหมายนั้นขัดรัฐธรรมนูญ หากเสียงเห็นเช่นนั้นไม่ถึงเกณฑ์ ศาลอาจมีคำวินิจฉัยว่ากฎหมายไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
- การตีความให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ — หากบทกฎหมายมีความหมายที่อาจนำไปใช้ได้หลายทาง ศาลอาจพิจารณาความหมายที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และไม่นำความหมายหรือการใช้ในส่วนที่ขัดรัฐธรรมนูญมาเป็นฐานในการตัดสิน
หากความเห็นที่ว่ากฎหมายขัดรัฐธรรมนูญมีไม่ถึง 6 เสียง ศาลอาจมีคำวินิจฉัยว่า บทกฎหมายนั้นไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
เมื่อศาลฎีกาได้วางแนวตีความบทกฎหมายโดยตัดการใช้ในส่วนที่ขัดรัฐธรรมนูญออกไปแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญอาจวินิจฉัยว่าบทบัญญัตินั้นไม่ขัดรัฐธรรมนูญตามความหมายที่ยังใช้บังคับได้
การตีความให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญไม่ควรหมายถึงการเขียนกฎหมายขึ้นใหม่แทนฝ่ายนิติบัญญัติ แต่เป็นการเลือกความหมายที่อยู่ในขอบเขตของบทบัญญัติและทำให้การใช้กฎหมายไม่ละเมิดรัฐธรรมนูญ
4. แนวทางที่ศาลเกาหลีใช้พิจารณา
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าบทกฎหมายที่ถูกโต้แย้งขัดต่อรัฐธรรมนูญจริงหรือไม่ โดยคำนึงถึงทั้งถ้อยคำ จุดประสงค์ และวิธีที่บทบัญญัตินั้นถูกนำไปใช้ ในการวินิจฉัยว่ากฎหมายขัดรัฐธรรมนูญ จำนวนเสียงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการวินิจฉัยเช่นนั้นต้องได้รับเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 6 เสียง
นอกจากนี้ ศาลยังอาจพิจารณาว่าข้อกังวลของผู้ร้องเกิดจากบทกฎหมายเอง หรือเกิดจากการนำบทกฎหมายนั้นไปใช้ในความหมายเฉพาะ หากศาลฎีกาได้วางแนวทางตีความที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และแนวทางนั้นตัดการใช้ในส่วนที่อาจก่อปัญหาทางรัฐธรรมนูญออก ศาลรัฐธรรมนูญก็อาจยืนยันความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของบทบัญญัติได้
คำวินิจฉัยว่ากฎหมายไม่ขัดรัฐธรรมนูญไม่ได้แปลว่าการใช้กฎหมายนั้นในทุกรูปแบบถูกต้องเสมอไป ความหมายและขอบเขตการใช้ที่ศาลยอมรับอาจเป็นส่วนสำคัญของคำวินิจฉัย
5. เมื่อนำหลักกฎหมายมาใช้กับกรณีของนลิน
ประการแรก นลินใช้ช่องทางตามมาตรา 68 วรรคสองหลังจากศาลในคดีปฏิเสธคำขอให้ส่งเรื่องตรวจสอบ นั่นทำให้เธอสามารถนำประเด็นรัฐธรรมนูญเข้าสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญได้ แต่ไม่ได้ทำให้เธอชนะคดีโดยอัตโนมัติ
ประการที่สอง ศาลรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาว่าบทกฎหมายที่เธอโต้แย้งขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ สมมติว่าในการลงมติ มีตุลาการ 5 คนเห็นว่าบทบัญญัตินั้นขัดรัฐธรรมนูญ ขณะที่เสียงสนับสนุนยังไม่ถึง 6 เสียง เงื่อนไขสำหรับการวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญจึงไม่ครบ ศาลสามารถมีคำวินิจฉัยว่าบทกฎหมายนั้นไม่ขัดรัฐธรรมนูญได้
ประการที่สาม หากศาลฎีกาเคยตีความบทบัญญัติเดียวกันไว้แล้วในแนวทางที่ตัดความหมายซึ่งละเมิดรัฐธรรมนูญออก ศาลรัฐธรรมนูญก็อาจเห็นว่าข้อกังวลของนลินไม่ทำให้บทบัญญัตินั้นต้องถูกล้ม เพราะกฎหมายยังใช้ได้ภายใต้ความหมายที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ
ดังนั้น การพิจารณาไม่ได้จบลงที่คำถามว่าถ้อยคำในกฎหมายดูเข้มงวดหรือกว้างเพียงใด แต่ยังต้องดูจำนวนเสียงของตุลาการและความหมายที่ศาลสูงสุดของเกาหลีได้กำหนดไว้สำหรับการใช้บทกฎหมายนั้นด้วย
6. บทสรุป: ผลของคดีและสิ่งที่ควรทำ
สำหรับนลิน ศาลรัฐธรรมนูญอาจวินิจฉัยว่าบทกฎหมายไม่ขัดรัฐธรรมนูญ หากเสียงเห็นว่าขัดรัฐธรรมนูญมีไม่ถึง 6 เสียง หรือหากมีแนวตีความของศาลฎีกาที่ตัดการใช้บทบัญญัติในความหมายอันขัดรัฐธรรมนูญออกแล้ว ผลเช่นนี้ไม่ได้แปลว่านลินไม่มีสิทธิโต้แย้งการนำกฎหมายไปใช้กับคดีของเธอ แต่หมายความว่าบทกฎหมายจะไม่ถูกประกาศว่าขัดรัฐธรรมนูญจากคำร้องนั้น
ผู้ที่กำลังพิจารณายื่นคำร้องในลักษณะเดียวกันควร:
- ตรวจสอบขั้นตอนและกำหนดเวลา หลังศาลปฏิเสธคำขอให้ส่งเรื่อง เพื่อไม่ให้พลาดเงื่อนไขการยื่นคำร้อง
- อธิบายให้ชัดว่าปัญหาอยู่ตรงไหน ระบุว่าขัดรัฐธรรมนูญเพราะตัวบทกฎหมาย หรือเพราะความหมายและวิธีที่ถูกนำไปใช้ในคดี
- ค้นหาแนวคำวินิจฉัยที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะแนวตีความของศาลฎีกา เพราะแนวดังกล่าวอาจชี้ว่าศาลจะพิจารณาขอบเขตของบทกฎหมายอย่างไร
สาระสำคัญคือ การยื่นคำร้องเปิดโอกาสให้ศาลตรวจสอบกฎหมาย แต่ผลจะขึ้นกับทั้งเกณฑ์จำนวนเสียงและความหมายของบทกฎหมายที่ศาลเห็นว่ายังใช้ได้โดยไม่ขัดรัฐธรรมนูญ



















