1. เรื่องของคนคนหนึ่ง

มินตรา ใช้เวลาหลายปีต่อสู้คดีจนถึงศาลฎีกา แต่คำพิพากษากลับเป็นผลให้เธอแพ้ เธอยังเชื่อว่าศาลไม่ได้ตัดสินคดีตามกฎหมาย จึงยื่นขอให้พิจารณาคดีใหม่ ทว่าคำขอนั้นก็ถูกปฏิเสธอีกครั้ง

เมื่อช่องทางที่เธอคาดหวังปิดลง มินตราจึงมองหาวิธีใหม่ เธอคิดว่าในฐานะประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ศาลย่อมละเมิดอำนาจหรือสิทธิของเธอในฐานะ “ประชาชนแห่งรัฐ” และเธออาจยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยข้อพิพาทเรื่องอำนาจระหว่างรัฐกับศาลได้

2. คำถามทางกฎหมาย

บุคคลทั่วไปที่แพ้คดีในศาลฎีกาและถูกปฏิเสธคำขอพิจารณาคดีใหม่ สามารถยื่นคำร้องระงับข้อพิพาทเรื่องอำนาจต่อศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้ โดยอ้างว่าศาลละเมิดอำนาจของตนในฐานะประชาชนได้หรือไม่?

3. กฎหมายเกาหลีใต้กำหนดไว้อย่างไร

รัฐธรรมนูญเกาหลีใต้กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยข้อพิพาทเรื่องอำนาจระหว่างองค์กรของรัฐ กระบวนการนี้มุ่งจัดการความขัดแย้งว่าองค์กรใดมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้บุคคลยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาอีกครั้ง

รัฐธรรมนูญเกาหลีใต้ มาตรา 111 วรรคหนึ่ง อนุญาตให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย “ข้อพิพาทเรื่องอำนาจระหว่างองค์กรของรัฐ”

กฎหมายว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญระบุองค์กรของรัฐที่อาจเป็นคู่กรณีในกระบวนการนี้ ได้แก่

  • รัฐสภา
  • รัฐบาล
  • ศาล
  • คณะกรรมการการเลือกตั้งกลาง

หัวใจสำคัญคือ ผู้ร้องต้องเป็นองค์กรของรัฐที่รัฐธรรมนูญจัดตั้งขึ้น และได้รับมอบอำนาจเฉพาะของตนตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย บุคคลธรรมดาไม่กลายเป็นองค์กรของรัฐเพียงเพราะอ้างตนว่าเป็นตัวแทนของประชาชนหรือเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย

ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้เคยวางหลักว่า “ประชาชน” ในฐานะบุคคลทั่วไปไม่ใช่องค์กรที่รัฐธรรมนูญจัดตั้งและมอบอำนาจอิสระให้ จึงไม่อาจเป็นคู่กรณีในคำร้องระงับข้อพิพาทเรื่องอำนาจได้

หลักดังกล่าวหมายความว่า กระบวนการนี้ไม่ใช่ช่องทางสำหรับ

  1. ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบว่าคำพิพากษาในคดีของตนถูกต้องหรือไม่
  2. ใช้แทนการอุทธรณ์หรือการขอพิจารณาคดีใหม่
  3. ฟ้องประธานศาลฎีกาเป็นการส่วนตัวเพียงเพราะไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาของศาล

4. แนวทางที่ศาลเกาหลีใช้พิจารณา

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาก่อนว่าใครเป็นผู้ยื่นคำร้อง และผู้ร้องมีสถานะเป็นองค์กรของรัฐที่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายหรือไม่ หากผู้ร้องเป็นบุคคลทั่วไป คำร้องย่อมไม่ผ่านเงื่อนไขเรื่องผู้มีสิทธิเป็นคู่กรณี โดยไม่จำเป็นต้องพิจารณาต่อว่าคำพิพากษาที่ผู้ร้องไม่พอใจนั้นผิดพลาดหรือไม่

การอ้างว่าศาลใช้อำนาจไม่ถูกต้อง ไม่ทำให้คู่ความกลายเป็นองค์กรของรัฐ และไม่เปลี่ยนข้อพิพาทในคดีส่วนตัวให้เป็นข้อพิพาทเรื่องการแบ่งอำนาจระหว่างองค์กรของรัฐ

หลักนี้ปรากฏในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2017 ซึ่งยืนยันว่า “ประชาชน” ในฐานะผู้ร้องรายบุคคลไม่ใช่หน่วยงานของรัฐที่มีสิทธิยื่นคำร้องประเภทนี้

นอกจากนี้ ศาลยังแยกให้ชัดระหว่างข้อพิพาทเรื่องอำนาจขององค์กร กับความไม่พอใจต่อผลคดีของคู่ความ แม้คู่ความเชื่อว่าศาลไม่ได้ใช้กฎหมายอย่างถูกต้อง ข้อกล่าวหานั้นก็ไม่ได้ทำให้คำร้องกลายเป็นคดีเรื่องอำนาจระหว่างองค์กรโดยอัตโนมัติ

5. เมื่อนำหลักกฎหมายมาปรับกับกรณีของมินตรา

กรณีของมินตราต้องพิจารณาเป็นลำดับดังนี้

  1. ใครเป็นผู้ยื่นคำร้อง: มินตรายื่นในนามของตนเองในฐานะประชาชน ไม่ได้ยื่นแทนรัฐสภา รัฐบาล ศาล หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งกลาง
  2. เธอเป็นองค์กรของรัฐหรือไม่: การเป็นประชาชนและเป็นคู่ความในคดีไม่ได้ทำให้เธอเป็นองค์กรที่รัฐธรรมนูญจัดตั้ง หรือเป็นผู้ถืออำนาจของรัฐในฐานะองค์กร
  3. คำร้องเกี่ยวกับอะไร: เธอต้องการโต้แย้งว่าศาลฎีกาตัดสินคดีของเธอไม่ถูกต้อง และคำขอพิจารณาคดีใหม่ถูกปฏิเสธ นั่นเป็นข้อขัดแย้งเกี่ยวกับผลของคดีส่วนตัว ไม่ใช่ข้อพิพาทว่าองค์กรของรัฐสองแห่งแย่งชิงหรือก้าวล่วงอำนาจของกันและกัน
  4. ผลที่ตามมา: แม้เธอจะใช้ถ้อยคำว่าอำนาจของเธอในฐานะ “ประชาชนแห่งรัฐ” ถูกละเมิด ก็ไม่ทำให้เธอมีคุณสมบัติเป็นผู้ร้องตามกฎหมายว่าด้วยข้อพิพาทเรื่องอำนาจ

ดังนั้น คำร้องของมินตราไม่อาจใช้เป็นทางลัดเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบหรือกลับคำพิพากษาศาลฎีกาได้ การจะมีช่องทางอื่นหรือไม่ต้องพิจารณาจากประเภทคดี กำหนดเวลา และเงื่อนไขเฉพาะของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรถือว่าการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญจะเปิดการพิจารณาคดีเดิมขึ้นใหม่

6. บทสรุป: เกิดอะไรขึ้น และควรทำอย่างไร

ท้ายที่สุด มินตราไม่สามารถยื่นคำร้องระงับข้อพิพาทเรื่องอำนาจในฐานะบุคคลทั่วไปได้ และการกล่าวหาว่าศาลไม่ได้ตัดสินตามกฎหมายก็ไม่เปลี่ยนสถานะของเธอให้เป็นองค์กรของรัฐ กระบวนการนี้มีไว้แก้ข้อขัดแย้งเรื่องอำนาจระหว่างองค์กรของรัฐ ไม่ใช่เป็นศาลอุทธรณ์อีกชั้นหนึ่งสำหรับผู้แพ้คดี

ผู้ที่อยู่ในสถานการณ์คล้ายกันควรจำคำแนะนำต่อไปนี้

  • แยกประเภทของปัญหาให้ชัด: หากต้องการโต้แย้งผลคดี ให้ตรวจสอบวิธีเยียวยาที่กฎหมายกำหนดสำหรับคดีนั้น แทนการใช้กระบวนการข้อพิพาทระหว่างองค์กรของรัฐ
  • ตรวจสอบกำหนดเวลาและเงื่อนไข: การอุทธรณ์ การขอพิจารณาคดีใหม่ หรือช่องทางอื่นอาจมีข้อกำหนดเฉพาะ ควรรีบปรึกษาทนายความที่มีประสบการณ์ในคดีประเภทนั้น
  • อย่าถือว่าการยื่นคำร้องใหม่จะทำให้คดีเปิดอีกครั้ง: ก่อนดำเนินการ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินทั้งสถานะผู้ร้องและขอบเขตของศาลที่มีอำนาจพิจารณา