เรื่องราวของพนักงานที่กลายเป็นลูกหนี้

คุณ Mirae Kim สมุห์บัญชีของบริษัทแห่งหนึ่งในโซล กำลังเผชิญกับปัญหาที่น่าปวดหัว คุณ Junho Park พนักงานในฝ่ายผลิตได้ขอกู้ยืมเงินจากบริษัทไปจำนวน 3 ล้านวอนเพื่อนำไปรักษาพยาบาลคนในครอบครัว แต่เมื่อถึงกำหนดชำระคืน คุณ Junho กลับเพิกเฉยและผลัดวันประกันพรุ่งมาโดยตลอด

ด้วยความห่วงใยในสถานะการเงินของบริษัท คุณ Mirae จึงตั้งใจว่าในเดือนหน้า เธอจะหักเงินเดือนของคุณ Junho ออก 3 ล้านวอนเพื่อชำระหนี้ที่ค้างอยู่ให้จบสิ้นไป เธอคิดว่าในเมื่อบริษัทเป็นคนจ่ายเงินเดือนอยู่แล้ว การดึงเงินส่วนหนึ่งไว้เพื่อชดเชยหนี้ที่ค้างกันน่าจะเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายและยุติธรรมที่สุด แต่ความจริงทางกฎหมายนั้นซับซ้อนกว่าที่เธอคิด

ประเด็นข้อสงสัยทางกฎหมาย

ในฐานะนายจ้าง บริษัทสามารถนำหนี้ที่พนักงานติดค้างอยู่ มาหักกลบลบหนี้ (Offset) กับเงินเดือนที่ต้องจ่ายให้พนักงานได้โดยตรงหรือไม่? และหากทำไม่ได้ มีช่องทางทางกฎหมายใดบ้างที่บริษัทจะสามารถบังคับลูกหนี้ให้จ่ายคืนผ่านเงินเดือนได้?

หลักการจ่ายค่าจ้างตามกฎหมายแรงงานเกาหลี

กฎหมายมาตรฐานแรงงานของเกาหลีใต้มีหลักการสำคัญที่เรียกว่า "หลักการจ่ายเงินเต็มจำนวน" (Full Payment Principle) เพื่อคุ้มครองการดำรงชีพของลูกจ้าง

กฎหมายมาตรฐานแรงงาน มาตรา 43 วรรค 1: กำหนดว่าค่าจ้างต้องชำระเป็นเงินตราโดยตรงและจ่ายให้แก่ลูกจ้างเต็มจำนวน เว้นแต่จะมีบทบัญญัติพิเศษในกฎหมายหรือข้อตกลงร่วมกัน

นอกจากนี้ มาตรา 21 ยังระบุชัดเจนว่า นายจ้างห้ามมิให้นำเงินที่ให้กู้ยืมก่อนการทำงาน หรือหนี้อื่นใดที่เกิดจากการทำสัญญาว่าจะทำงาน มาหักกลบลบหนี้กับค่าจ้างของลูกจ้าง เจตนารมณ์ของกฎหมายนี้คือการป้องกันไม่ให้นายจ้างใช้หนี้เป็นเครื่องมือในการบังคับใช้แรงงานนั่นเอง

แนวทางคำวินิจฉัยของศาลเกาหลี

แม้กฎหมายจะดูเหมือนเข้าข้างลูกจ้าง แต่ศาลฎีกาของเกาหลีได้มีคำวินิจฉัยเพื่อความเป็นธรรมต่อฝ่ายนายจ้างเช่นกัน โดยศาลระบุว่า แม้การ "หักกลบลบหนี้ด้วยตนเอง" (Direct Offsetting) จะทำไม่ได้เพราะขัดต่อกฎหมายแรงงาน แต่ไม่ได้หมายความว่านายจ้างจะถูกห้ามไม่ให้ใช้สิทธิในฐานะ "เจ้าหนี้" ตามขั้นตอนของกฎหมายแพ่ง

กล่าวคือ นายจ้างสามารถฟ้องร้องพนักงานเพื่อขออำนาจศาลในการ "อายัดเงินเดือน" (Wage Garnishment) ของพนักงานคนนั้นได้ แม้ว่าผู้ที่จะต้องจ่ายเงินเดือนและผู้ที่รอรับเงินอายัดจะเป็นนิติบุคคลเดียวกันก็ตาม

การปรับใช้กฎหมายกับกรณีของคุณ Mirae Kim

หากคุณ Mirae หักเงินคุณ Junho โดยพลการ บริษัทอาจมีความผิดฐานจ่ายค่าจ้างไม่ครบถ้วน แต่หากต้องการดำเนินการให้ถูกกฎหมาย เธอต้องทำดังนี้:

  1. ขออำนาจศาล: บริษัทต้องยื่นฟ้องหรือขอคำสั่งชำระเงินจากศาลเพื่อให้ได้สิทธิในการบังคับคดีกับคุณ Junho
  2. การอายัดและโอนสิทธิ: เมื่อได้คำสั่งศาลแล้ว บริษัทสามารถยื่นขอ "คำสั่งอายัดและโอนสิทธิเรียกร้อง" (Seizure and Assignment Order) ในส่วนของเงินเดือนของคุณ Junho
  3. ข้อจำกัดเรื่องจำนวนเงิน: ตามกฎหมายบังคับคดีแพ่ง นายจ้างไม่สามารถอายัดเงินเดือนทั้งหมดได้ โดยทั่วไปจะอายัดได้เพียง 1/2 ของเงินเดือน เท่านั้น (และต้องไม่ต่ำกว่าค่าครองชีพขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด) เพื่อให้ลูกจ้างยังมีเงินเหลือเพียงพอต่อการดำรงชีพ

บทสรุป: ทางออกที่ถูกต้องสำหรับเจ้านายที่เป็นเจ้าหนี้

สรุปแล้ว คุณ Mirae ไม่สามารถหักเงินเดือนคุณ Junho ได้ทันทีด้วยอำนาจบัญชีของเธอเอง แต่เธอสามารถดำเนินการผ่านศาลเพื่ออายัดเงินเดือนครึ่งหนึ่งของคุณ Junho มาชำระหนี้ได้จนกว่าจะครบ 3 ล้านวอน

คำแนะนำสำหรับผู้อ่านในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน:

  • อย่าหักเงินเดือนสุ่มสี่สุ่มห้า: แม้พนักงานจะเซ็นยินยอมไว้ในสัญญาเงินกู้ แต่ศาลอาจมองว่าขัดต่อหลักการจ่ายค่าจ้างเต็มจำนวนได้เสมอ การดำเนินการผ่านศาลคือวิธีที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับบริษัท
  • ตรวจสอบเพดานการอายัด: ศึกษาข้อกฎหมายล่าสุดเกี่ยวกับจำนวนเงินเดือนขั้นต่ำที่ต้องเหลือไว้ให้ลูกจ้าง เพื่อไม่ให้คำสั่งอายัดนั้นเป็นโมฆะ
  • แยกสัญญาให้ชัดเจน: สัญญาจ้างแรงงานและสัญญาเงินกู้ควรแยกจากกัน และระบุเงื่อนไขการคืนเงินให้ชัดเจนเพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินการทางกฎหมายในอนาคต

** *เนื้อหาในคอลัมน์นี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะทาง โปรดปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตสำหรับกรณีเฉพาะของคุณ