มีรายงานว่า แม้รัฐบาลจะประกาศผลการรับมือ ซึ่งรวมถึงการระงับการดำเนินงานของเว็บไซต์สื่อล่วงละเมิดทางเพศ 66 แห่ง แต่เว็บไซต์สองแห่งที่ใช้ชื่อเดียวกับเว็บไซต์ในกลุ่มดังกล่าวยังเปิดให้เข้าถึงได้ ตำรวจมองว่าเว็บไซต์เหล่านี้เป็น “เว็บไซต์แอบอ้าง” ไม่ใช่การกลับมาเปิดดำเนินงานอย่างเป็นทางการของเว็บไซต์เดิม อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังอยู่ระหว่างสอบสวนว่าผู้ดำเนินการเว็บไซต์เดิมกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์แอบอ้างเป็นคนเดียวกันหรือไม่
ภูมิหลังและบริบท
รายงานระบุว่า เมื่อวันที่ 4 เว็บไซต์ “ก” และ “ข” สามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องใช้เครือข่ายส่วนตัวเสมือน (VPN หรือเทคโนโลยีที่ใช้เปลี่ยนเส้นทางหรือปกป้องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต) เว็บไซต์ทั้งสองมีสื่อล่วงละเมิดทางเพศใหม่อัปโหลดขึ้นมาประมาณทุก 5 นาที และวิดีโอมียอดเข้าชมสูงสุดถึง 1.15 ล้านครั้ง นอกจากนี้ ยังมีแบนเนอร์ประชาสัมพันธ์เว็บไซต์พนันติดอยู่ 40 และ 28 แบนเนอร์ตามลำดับ
ช่วงเวลาที่เว็บไซต์กลับมาปรากฏก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจ รายงานระบุว่า เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ซึ่งเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์หลังจากตำรวจส่งตัวผู้ดำเนินการเว็บไซต์เดิมให้อัยการดำเนินคดี เว็บไซต์ “ก” และ “ข” ได้โพสต์ประกาศเปิดเว็บไซต์ ต่อมาเมื่อวันที่ 22 กันยายน กระทรวงความเสมอภาคทางเพศและครอบครัว (성평등가족부) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (경찰청) คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง สื่อ และโทรคมนาคม (방송미디어통신위원회) และคณะกรรมการพิจารณาสื่อกระจายเสียง สื่อ และโทรคมนาคม (방송미디어통신심의위원회) ได้ประกาศผลการรับมือ ซึ่งรวมถึงการระงับการดำเนินงานของเว็บไซต์สื่อล่วงละเมิดทางเพศ 66 แห่ง รวมทั้งสองเว็บไซต์นี้ด้วย รายงานระบุว่า ขณะรัฐบาลประกาศผลดังกล่าว หน่วยงานยังไม่ทราบว่าเว็บไซต์เหล่านี้ได้โพสต์ประกาศเปิดเว็บไซต์แล้ว
ขณะนี้ตำรวจมองว่าเว็บไซต์ทั้งสองเป็นเว็บไซต์แอบอ้าง ซึ่งผู้ดำเนินการรายอื่นนำชื่อโดเมน (ที่อยู่อินเทอร์เน็ต) มาเปลี่ยนแล้วดำเนินการต่อ เจ้าหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า วิดีโอบนเว็บไซต์แตกต่างจากวิดีโอที่ยึดได้ระหว่างการจับกุมผู้ดำเนินการเว็บไซต์เดิม ขณะเดียวกัน ตำรวจก็ยังสอบสวนโดยไม่ตัดความเป็นไปได้ที่ผู้ดำเนินการเว็บไซต์ซึ่งเคยติดตามกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์แอบอ้างอาจเป็นคนเดียวกัน ดังนั้น จึงไม่อาจสรุปได้ว่าผู้ดำเนินการเป็นคนเดียวกันเพียงเพราะเว็บไซต์ใช้ชื่อเหมือนกัน
เจ้าหน้าที่คณะกรรมการพิจารณาสื่อกระจายเสียง สื่อ และโทรคมนาคมกล่าวว่า เว็บไซต์ดังกล่าวเปลี่ยน URL (ที่อยู่อินเทอร์เน็ต) อยู่เรื่อย ๆ และเมื่อพบที่อยู่ใหม่ หน่วยงานจะพิจารณาและมีมติ ก่อนปิดกั้นการเข้าถึง อย่างไรก็ตาม การติดตามที่อยู่เพื่อปิดกั้นกับการตัดฐานการดำเนินงานและแหล่งรายได้ของเว็บไซต์เป็นคนละเรื่องกัน เจ้าหน้าที่กระทรวงความเสมอภาคทางเพศและครอบครัวอธิบายว่า แม้จะระงับบริการโฮสติ้ง (การเช่าเซิร์ฟเวอร์) ผู้ดำเนินการก็อาจทำสัญญากับผู้ให้บริการรายอื่นได้
ความหมายของข่าวนี้
กรณีนี้แสดงให้เห็นว่า การปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์เพียงแห่งเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะยุติการเผยแพร่เนื้อหาผิดกฎหมาย หากผู้ดำเนินการเปลี่ยนที่อยู่เว็บไซต์หรือใช้เซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการรายอื่น ก็ต้องมีมาตรการปิดกั้นตามมา และการตรวจสอบที่อยู่ใหม่ในระหว่างดำเนินการรับมือก็อาจต้องใช้เวลา ตามคำอธิบายของเจ้าหน้าที่คณะกรรมการพิจารณาสื่อกระจายเสียง สื่อ และโทรคมนาคม การตรวจสอบที่อยู่ใหม่แล้วจึงพิจารณาและมีมติเพื่อปิดกั้นนั้นจำเป็นต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง
โครงสร้างรายได้ก็เป็นอีกด้านหนึ่งของการรับมือ เจ้าหน้าที่กระทรวงความเสมอภาคทางเพศและครอบครัวกล่าวว่า รายได้ส่วนใหญ่ของเว็บไซต์ผิดกฎหมายมาจากโฆษณาเว็บไซต์พนัน พร้อมระบุว่าจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องแก้ไขกฎหมายเพื่อห้ามลงโฆษณาบนเว็บไซต์ผิดกฎหมาย นี่คือข้อเรียกร้องให้ปิดกั้นรายได้จากโฆษณา นอกเหนือจากการปิดกั้นเว็บไซต์และสอบสวนผู้ดำเนินการ อย่างไรก็ตาม รายงานไม่ได้ระบุว่าจะแก้ไขกฎหมายเมื่อใด หรือจะจัดทำมาตรการใดขึ้นบ้าง
ยังมีประเด็นที่ผู้ใช้ไม่อาจสรุปได้ว่า “แค่ดูก็ไม่เป็นไร” อีคยองฮา ทนายความกล่าวว่า การรับชมสื่อล่วงละเมิดทางเพศอาจถูกลงโทษได้ แต่ยังไม่มีกรณีที่เกี่ยวข้องสะสมมากพอ เขาเสนอว่าจำเป็นต้องสอบสวนและลงโทษผู้ชมที่ดาวน์โหลด แสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกด้วย ไม่ใช่เฉพาะผู้ดำเนินการ นี่เป็นข้อเสนอแนะของทนายความ และจากข้อมูลในบทความเพียงอย่างเดียว ไม่อาจยืนยันได้ว่าการกระทำแต่ละประเภทจะมีโทษอย่างไรหรือมีเงื่อนไขการบังคับใช้อย่างไร
ตัวอย่างเช่น แม้จะพบเว็บไซต์ที่ใช้ชื่อเดียวกับเว็บไซต์ที่เคยเป็นข่าว ก็ไม่ควรตัดสินจากชื่อเพียงอย่างเดียวว่าผู้ดำเนินการเดิมกลับมาแล้ว หรือเว็บไซต์ดังกล่าวปลอดภัย เพราะตำรวจพิจารณาทั้งความเป็นไปได้ที่ผู้ดำเนินการจะเป็นคนละคน และความเป็นไปได้ที่อาจเป็นผู้ดำเนินการรายเดียวกัน
คิมยอจิน ผู้อำนวยการศูนย์รับมือความรุนแรงทางเพศทางไซเบอร์แห่งเกาหลี (한국사이버성폭력대응센터) กล่าวว่า นอกเหนือจากมาตรการป้องกันการเผยแพร่แล้ว ยังจำเป็นต้องปรับปรุงระบบการศึกษาโดยรวมที่มองผู้หญิงในฐานะพลเมือง และต้องมีกรอบแผนงานของรัฐบาล ข้อสังเกตนี้สะท้อนแนวคิดว่า การรับมือไม่ควรจำกัดอยู่แค่เทคโนโลยีปิดกั้นหรือการสอบสวน แต่ควรจัดการทั้งพฤติกรรมการบริโภคสื่อล่วงละเมิดทางเพศและทัศนคติของสังคมต่อเรื่องดังกล่าวด้วย
ข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายและความช่วยเหลือที่เกี่ยวข้อง
คู่มือกฎหมายภายในองค์กร (L1) อธิบายว่า การพิจารณาว่าสิ่งใดเป็นสื่อลามกไม่ควรตัดสินจากการมีหรือไม่มีภาพโป๊เปลือยหรือเนื้อหาบางอย่างเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาเนื้อหาและวิธีนำเสนอ ขอบเขตและสถานการณ์ในการเผยแพร่โดยรวม นอกจากนี้ คู่มือยังแยกประเด็นเรื่องความลามก การที่หลายคนสามารถมองเห็นได้หรือที่เรียกว่าการแสดงต่อสาธารณะ และการเผยแพร่ผ่านเครือข่ายสารสนเทศและการสื่อสารออกจากกัน ดังนั้น จึงไม่ควรใช้เกณฑ์ทั่วไปเกี่ยวกับสื่อลามกในคู่มือนี้มาตัดสินข้อสรุปทางกฎหมายที่อาจนำมาใช้กับวิดีโอบนเว็บไซต์ดังกล่าว หรือการรับชมและดาวน์โหลด
คู่มือยังระบุถึงคำพิพากษาที่วินิจฉัยว่าไฟล์โปรแกรมคอมพิวเตอร์ลามกไม่เข้าข่าย “เอกสาร ภาพวาด ฟิล์ม หรือวัตถุอื่น” ตามความผิดฐานแสดงต่อสาธารณะในประมวลกฎหมายอาญา (형법) และอธิบายว่าการขายสื่อลามกผ่านเครือข่ายการสื่อสารอาจถูกลงโทษฐานฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสารสนเทศและการสื่อสาร (정보통신망 관련 법률) ข้อมูลนี้เป็นข้อประกอบที่แสดงให้เห็นว่าประเด็นทางกฎหมายอาจแตกต่างกันไปตามรูปแบบไฟล์หรือวิธีเผยแพร่ ไม่ใช่คำวินิจฉัยโดยตรงเกี่ยวกับความรับผิดทางกฎหมายของการรับชม การแสดงความคิดเห็น หรือการสมัครสมาชิกที่กล่าวถึงในบทความ บทบัญญัติและกรณีตัวอย่างบางส่วนที่คู่มืออ้างถึงอิงตามกฎหมายในช่วงเวลานั้น ดังนั้น ในสถานการณ์จริงจึงต้องตรวจสอบกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันและข้อเท็จจริงเฉพาะกรณี
ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้วและสิ่งที่ยังไม่ทราบ
ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว
- มีรายงานว่าเว็บไซต์ทั้งสองใช้ชื่อเดียวกับเว็บไซต์เดิม และยังเข้าถึงได้เมื่อวันที่ 4
- มีสื่อล่วงละเมิดทางเพศใหม่อัปโหลดขึ้นมาประมาณทุก 5 นาที และวิดีโอมียอดเข้าชมสูงสุด 1.15 ล้านครั้ง
- ตำรวจมองว่าเว็บไซต์ทั้งสองเป็นเว็บไซต์แอบอ้าง และระบุว่ามีการโพสต์วิดีโอที่แตกต่างจากวิดีโอเดิม
- ตำรวจกำลังสอบสวนความเป็นไปได้ที่ผู้ดำเนินการเว็บไซต์เดิมซึ่งเคยถูกติดตามกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์แอบอ้างจะเป็นคนเดียวกัน
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกาศเมื่อวันที่ 22 กันยายนถึงผลการรับมือ ซึ่งรวมถึงการระงับการดำเนินงานของเว็บไซต์ 66 แห่ง รวมทั้งสองเว็บไซต์นี้
สิ่งที่ยังไม่ทราบ
- ยังไม่มีการยืนยันว่าผู้ดำเนินการเว็บไซต์แอบอ้างเป็นใคร
- รายงานไม่ได้ระบุว่าการสอบสวนยืนยันแล้วหรือไม่ว่าผู้ดำเนินการเว็บไซต์เดิมกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์แอบอ้างเป็นคนเดียวกัน
- ยังไม่ทราบว่ารัฐบาลและหน่วยงานสืบสวนจะปิดกั้นหรือดำเนินการกับเว็บไซต์แอบอ้างเมื่อใดและด้วยวิธีใด
- ยังไม่มีการยืนยันว่าจะแก้ไขกฎหมายห้ามลงโฆษณาบนเว็บไซต์ผิดกฎหมายเมื่อใดและด้วยเนื้อหาอย่างไร
สิ่งที่ผู้อ่านควรตรวจสอบ
- แม้จะมีเว็บไซต์ใช้ชื่อเดียวกันปรากฏขึ้น ก็อย่าตัดสินจากชื่อเพียงอย่างเดียวว่าเว็บไซต์เดิมกลับมาเปิดแล้วหรือใครเป็นผู้ดำเนินการ ควรตรวจสอบผลการสอบสวนของตำรวจและคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องการปิดกั้น
- ความรับผิดทางกฎหมายเกี่ยวกับการรับชม ดาวน์โหลด แสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกเว็บไซต์สื่อล่วงละเมิดทางเพศ อาจขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะของการกระทำและเนื้อหา ควรหลีกเลี่ยงการกระทำดังกล่าว และหากจำเป็นต้องพิจารณาประเด็นทางกฎหมาย ให้ตรวจสอบกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน
- ความคืบหน้าในการปิดกั้นและจัดการโครงสร้างรายได้ที่รายงานกล่าวถึง กับการแก้ไขกฎหมายเป็นคนละประเด็น ควรตรวจสอบแยกกันว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีประกาศติดตามผลหรือไม่




















