สำนักข่าวยอนฮับ (연합뉴스) รายงานว่า ในบรรดาคำขอหมายจับ 26,961 คำขอที่ตำรวจยื่นต่ออัยการในช่วงเดือนมกราคมถึงสิงหาคมปีนี้ 9,186 คำขอ (34.1%) ถูกอัยการปฏิเสธ รายงานอ้างข้อมูลจากอัยการ และระบุว่านี่เป็นครั้งแรกที่อัตราการปฏิเสธสูงกว่า 30% ข่าวเผยแพร่เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2026

การปฏิเสธในที่นี้หมายถึงกรณีที่อัยการไม่รับคำขอของตำรวจ ดังนั้นจึงไม่ควรตีความอัตรานี้ว่าเป็นอัตราที่ศาลไม่ออกหมายจับ

ภูมิหลังและบริบท

ตามรายงาน อัตราการปฏิเสธคำขอหมายจับเพิ่มจาก 22.8% ในปี 2021 เป็น 26.8% ในปี 2025 และอยู่ที่ 34.1% ในช่วงเดือนมกราคมถึงสิงหาคมปีนี้ หากเปรียบเทียบตัวเลขโดยตรง ก็หมายความว่าสัดส่วนของคำขอที่ตำรวจยื่นแล้วไม่ได้รับการอนุมัติในชั้นอัยการเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่นำมาเปรียบเทียบไม่เท่ากัน จึงควรระวังไม่ตีความตัวเลขของปีนี้ราวกับเป็นตัวเลขตลอดทั้งปี

ข่าวยังกล่าวถึงสถานการณ์เกี่ยวกับการปรับอำนาจสอบสวนและการปรับโครงสร้างองค์กรอัยการเป็นบริบทประกอบ โดยระบุว่าพนักงานสอบสวนของตำรวจเคยแสดงความไม่พอใจว่าอัยการไม่ค่อยกระตือรือร้นในการขอหมาย และมีการปรับโครงสร้างเพื่อลดอำนาจสอบสวนของอัยการ นอกจากนี้ ยังรายงานว่าเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สำนักงานอัยการ (검찰청) ถูกยุบ และมีสองหน่วยงานที่แยกงานสอบสวนออกจากงานฟ้องคดีเริ่มดำเนินงาน บริบทนี้ถูกนำเสนอควบคู่กับสถิติ แต่ตัวเลขที่ปรากฏในข่าวเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าการปรับโครงสร้างองค์กรเป็นสาเหตุที่ทำให้อัตราการปฏิเสธเพิ่มขึ้น

ข่าวนี้มีความหมายอย่างไร

ตัวเลข 34.1% แสดงให้เห็นว่า คำขอหมายจับของตำรวจจำนวนไม่น้อยไม่ได้รับการอนุมัติในกระบวนการพิจารณาของอัยการ ประเด็นสำคัญอาจรวมถึงหลักเกณฑ์ที่ใช้พิจารณาคำขอหมายของหน่วยงานสอบสวนและคำวินิจฉัยของอัยการ ตลอดจนการเปิดเผยเหตุผลที่ปฏิเสธควบคู่กับสถิติ อย่างไรก็ตาม อัตราการปฏิเสธเพียงอย่างเดียวไม่อาจบอกได้ว่าอัยการพิจารณาอย่างเหมาะสมหรือไม่ หรือคำขอของตำรวจมีหลักฐานรองรับเพียงพอหรือไม่

สิ่งสำคัญสำหรับผู้เกี่ยวข้องในแต่ละคดีและครอบครัวคือ สถิตินี้ไม่สามารถใช้ทำนายผลคดีของตนได้ ตัวอย่างเช่น หากสมาชิกในครอบครัวถูกจับหรือถูกควบคุมตัว แทนที่จะยึดอัตราการปฏิเสธโดยรวม ควรตรวจสอบว่าคดีอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนใดและมีการควบคุมตัวหรือไม่ รวมถึงพิจารณาขั้นตอนที่กฎหมายเปิดให้ดำเนินการได้ การที่อัยการปฏิเสธคำขอของตำรวจไม่ได้แปลว่าผู้เกี่ยวข้องได้รับการปล่อยตัวแล้ว และก็ไม่อาจสรุปได้ว่าศาลออกหมายจับแล้วเช่นกัน

ข้อมูลเกี่ยวกับระบบและความช่วยเหลือที่เกี่ยวข้อง

ตามคู่มือกฎหมายภายใน ผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับหรือควบคุมตัวในชั้นสอบสวน และผู้มีสิทธิยื่นคำร้องตามกฎหมาย สามารถยื่นคำร้องขอ ให้ศาลตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการควบคุมตัว (구속적부심사) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ศาลพิจารณาว่าการควบคุมตัวชอบด้วยกฎหมายและยังจำเป็นต้องดำเนินต่อไปหรือไม่ คู่สมรสและญาติสายตรงก็สามารถยื่นคำร้องได้เช่นกัน โดยในคำร้องต้องระบุข้อมูลของผู้ต้องสงสัยและผู้ยื่น วันที่ถูกควบคุมตัว ตลอดจนวัตถุประสงค์และเหตุผลของคำร้อง และสามารถแนบเอกสารที่เป็นประโยชน์ เช่น หลักฐานแสดงความสัมพันธ์ในครอบครัวหรือหนังสือยอมความ ศาลจะพิจารณาสอบถามผู้ต้องสงสัยก่อนวินิจฉัยว่าจะปล่อยตัวหรือไม่ และอาจอนุญาตให้ปล่อยตัวโดยมีเงื่อนไขให้วางเงินประกัน

หลังจากถูกฟ้องแล้ว ขั้นตอนจะแตกต่างออกไป จำเลยสามารถยื่นขอประกันตัวได้ และศาลจะพิจารณาข้อเท็จจริงเฉพาะกรณีก่อนตัดสินว่าจะอนุญาตหรือไม่และกำหนดเงื่อนไขใด การตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการควบคุมตัวกับการประกันตัวมีผู้ที่ยื่นขอได้และช่วงเวลาที่ต่างกัน จึงควรแยกให้ชัดจากสถิติการปฏิเสธคำขอหมายของอัยการ หากฝ่าฝืนเงื่อนไขการประกันตัวหรือไม่ไปศาลโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร การประกันตัวอาจถูกเพิกถอนหรือเงินประกันอาจถูกริบได้

ข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้และสิ่งที่ยังไม่ทราบ

ข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้

  • ตามรายงาน ในช่วงเดือนมกราคมถึงสิงหาคมปีนี้ ตำรวจยื่นคำขอหมายจับ 26,961 คำขอ และอัยการปฏิเสธ 9,186 คำขอ
  • อัตราการปฏิเสธที่รายงานคือ 34.1% และมีรายงานว่านี่เป็นครั้งแรกที่ตัวเลขสูงกว่า 30%
  • ข่าวอ้างข้อมูลจากอัยการ และระบุว่าอัตราการปฏิเสธอยู่ที่ 22.8% ในปี 2021 และ 26.8% ในปี 2025
  • ข่าวเผยแพร่เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2026

สิ่งที่ยังไม่ทราบ

  • ข่าวไม่ได้ให้รายละเอียดเพียงพอเกี่ยวกับข้อมูลต้นทางและหลักเกณฑ์การนับ รวมถึงวิธีจัดประเภทคำขอและการปฏิเสธ
  • ยังตรวจสอบไม่ได้ว่าเหตุผลหลักที่อัยการปฏิเสธคำขอคืออะไร และมีความแตกต่างระหว่างประเภทคดีหรือไม่
  • ยังไม่ทราบว่าตัวเลขปีนี้จะเปลี่ยนแปลงอย่างไรเมื่อถึงสิ้นปี และแนวโน้มจะเป็นอย่างไรหากเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน ๆ

สิ่งที่ผู้อ่านควรตรวจสอบ

  • ผู้เกี่ยวข้องในคดีหรือครอบครัวควรตรวจสอบก่อนว่าขณะนี้คดีอยู่ในขั้นสอบสวนหรือหลังถูกฟ้องแล้ว และผู้เกี่ยวข้องถูกจับหรือควบคุมตัวอยู่หรือไม่ เพราะขั้นตอนที่ใช้ได้อาจแตกต่างกัน
  • ครอบครัวของผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวควรตรวจสอบคุณสมบัติในการยื่นคำร้องขอให้ศาลตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการควบคุมตัว รวมถึงข้อมูลที่จำเป็น และพิจารณาเอกสารที่จะยื่นได้ เช่น หลักฐานแสดงความสัมพันธ์ในครอบครัวหรือหนังสือยอมความ
  • หากถูกฟ้องเป็นจำเลย ควรตรวจสอบว่าสามารถยื่นขอประกันตัวได้หรือไม่และมีเงื่อนไขใดบ้าง หลังได้รับอนุญาตแล้วต้องไปศาลตามกำหนดและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด

แหล่งอ้างอิง